อีเมล์/เลขบัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน
ขนาดตัวอักษร
เปลี่ยนสี
ภาษา
ข่าวประชาสัมพันธ์
“นครภูเก็ตได้รับประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโก” (Phuket : City of Gastronomy)
22 มกราคม 2559

ภูเก็ตได้รับข่าวดีส่งท้ายปี ๒๕๕๘  เป็นเมืองแรกของไทย  เมืองแรกของอาเซียน  เป็นหนึ่งใน ๑๘ เมืองทั่วโลก ที่ได้รับประกาศยกย่องเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารจากยูเนสโก

วันจันทร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๐๐ น ณ ห้องประชุม ชั้น ๓ สำนักงานเทศบาล       นครภูเก็ต นายจำเริญ  ทิพยพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  ได้ร่วมแถลงข่าวกับเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อประกาศข่าวดีส่งท้ายปี ๒๕๕๘ ว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ City of Gastronomy   ของยูเนสโกประจำปี พ.ศ.๒๕๕๘   เป็นข่าวที่น่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สิ้นปี ๒๕๕๘ นี้ ที่ยังความยินดีและภาคภูมิใจมาสู่ชาวภูเก็ตและชาวไทยทุกคน

โครงการเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก  ถือเป็นอีกโครงการหนึ่งเคียงคู่กับการประกาศแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์   เพียงแต่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Culture) และยังผสมผสานความทันสมัยในด้านการสร้างสรรค์หรือมีนวัตกรรมจากพื้นฐาน      อัตลักษณ์เดิม   ยูเนสโกเริ่มต้นโครงการนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗  ได้กำหนดให้ต้องคัดเลือกจากเขตเมืองหรือมหานคร   เนื่องจากเป็นแหล่งรวบรวมวิทยาการและมีพื้นฐานพอที่จะขับเคลื่อนทั้งในส่วนเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน(Sustainable Development )   ได้แบ่งเมืองสร้างสรรค์ออกเป็น ๗ ประเภท ดังนี้คือ

             ๑. เมืองแห่งวรรณกรรม (City  of  Literature)

             ๒. เมืองแห่งภาพยนต์    (City  of Film)

             ๓. เมืองแห่งดนตรี  (City  of  Music)

             ๔. เมืองแห่งหัตถกรรมและศิลปะท้องถิ่น( City  of Crafts  and  Folk Arts )

             ๕. เมืองแห่งการออกแบบ( City  of  Design)

             ๖. เมืองแห่งศิลปะสื่อประชาสัมพันธ์   (City  of  Media  art)

 ๗. เมืองแห่งวิทยาการอาหาร (City  of   Gastronomy) ที่ภูเก็ตได้รับ

การได้รับเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านอาหารในครั้งนี้  จะทำให้ภูเก็ตมีโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจการลงทุนต่อยอดจากธุรกิจการท่องเที่ยวไปได้อีกหลากหลายประเภท   เช่น  การเป็นเมืองที่ทุกท่านต้องมาชิมอาหาร  มาซื้อของฝากประเภทอาหารที่เกิดจากนวัตกรรมใหม่ๆ    มาชมมาอุดหนุนสินค้าจากแหล่งเกษตรกรรม  ประมงที่เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญในภูเก็ต   รวมถึงต่อไปอาจมีสถาบัน โรงเรียนให้มาเรียนรู้ด้านวิทยาการอาหาร  เป็นต้น  สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ที่ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ทั้งในส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและประวัติศาสตร์วัฒนธรรม    สอดคล้องกับที่ตนเองก็ได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ส่งเสริมการค้าการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มจากเมืองท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้เข้าประเทศและทำให้ทุกท่านอยู่ดีกินดี 

ปัจจุบันมีเมืองสร้างสรรค์ในโลกนี้ที่ได้รับประกาศ ๑๑๖ เมือง  เฉพาะด้านวิทยาการอาหารมีเพียง ๑๘ เมือง  ภูเก็ตภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งใน ๑๘  เมืองของโลกด้านอาหาร     เป็นเมืองแรกของอาเซียน  และตัวแทนนำร่องที่ได้รับประกาศเมืองแรกของประเทศไทย  หลังจากพยายามมากว่า ๓ ปี   โดยทีมงานของนายกสมใจฯ  เทศบาลนครภูเก็ต  และการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม  กระทรวงศึกษาธิการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  และผู้อยู่เบื้องหลังอีกจำนวนมาก   ซึ่งตนเองที่เป็นคนภูเก็ตและในนามของชาวภูเก็ตต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้  และหวังว่าเราจะพัฒนาต่อยอดจากโครงการนี้ต่อไป ภายใต้การยินดีสนับสนุนของทางจังหวัดและทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่

นางสาวสมใจ  สุวรรณศุภพนา  นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวเสริมว่า  เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เทศบาลนครภูเก็ตได้รับหนังสือจาก มาดาม อิริน่า บูโคว่า (Irina Bokova) ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก แจ้งว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกได้พิจารณาและมีมติให้ภูเก็ตเป็นสมาชิกใหม่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก สาขา วิทยาการอาหาร (Gastronomy) และอนุญาตให้เทศบาลนครภูเก็ตสามารถใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของยูเนสโก เพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านอาหารได้

            การสมัครเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารในครั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ตมีความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อชาวภูเก็ตทั้งจังหวัด ไม่ว่าจะอยู่ในเขตหรือนอกเขตเราเป็นพี่น้องกันหมด เราเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา เป็นเมืองที่เจริญอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความสามัคคี สงบ สันติสุขมายาวนานกว่า ๑๕๐ ปี ภายใต้ร่มบรมโพธิสมภารขององค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์  ดังเช่นคนในเขตย่านเมืองเก่าที่เทศบาลนครภูเก็ตมีนโยบายสนับสนุนการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม  ก็จะมีทั้งชาวบาบ๋า เพอรานากัน ชาวมุสลิม ชาวฮินดู ชาวคริสต์ บนพื้นฐานของความเป็นชาวไทยทั้งมวล  จนวัฒนธรรมของเราทั้งอาหาร เสื้อผ้า สถาปัตยกรรม แสดงถึงความหลากหลายที่ผสมผสานกันจนงดงาม  สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมจนเป็นรากฐานให้คนรุ่นหลังได้นำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อเกิดรายได้  เราจึงได้รับการยกระดับเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในวันนี้

 

 

            ยูเนสโกได้เห็นจุดเด่นของเมืองภูเก็ตสำคัญ ๆ อยู่ ๕ ประการคือ

            ๑. ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหาร ที่เกิดจากพหุสังคมตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

            ๒. อาหารภูเก็ตเป็นองค์ประกอบสำคัญในทุกเทศกาล พิธีการ  ความเชื่อ  วิถีชีวิตในครอบครัว   และยังใช้ประกอบการต้อนรับแขกบ้านเมืองให้ประทับใจอยู่เสมอ

            ๓. อาหารท้องถิ่นภูเก็ตหลายประเภทมีอัตลักษณ์  หาทานที่อื่นไม่ได้ สูตรลับเฉพาะที่ ถ่ายทอดผ่านคนในครอบครัว และหลายอย่างเป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต  จำเป็นต้องอาศัยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

            ๔. ความเข้มแข็ง และความร่วมมือจากภาคเอกชน  ภาครัฐและสถาบันทางวิชาการในภูเก็ต      ทำให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนพื้นฐานวิทยาการด้านอาหารหลากหลายอย่าง เช่น   การจำหน่ายอาหารท้องถิ่นแปรรูป  เป็นของฝาก ของที่ระลึก    การจัดบริการอาหารในร้านอาหารหรือโรงแรม    เทศกาลอาหารชนิดต่างๆ รวมถึงการเข้ามาแลกเปลี่ยนของอาหารนานาชาติ   ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าสินค้า และการขยายตัวทางเศรษฐกิจแก่เมืองและประชาชน

๕. ชาวภูเก็ตมีน้ำใจ อัธยาศัยดีงาม (Thai Hospitality) ยินดีร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กับเมืองอื่นๆ ในเครือข่าย หรือต้อนรับด้วยเมืองที่มีภูมิทัศน์งดงาม บรรยากาศอบอุ่น Good Food, Good Health, Good Spirit…in Phuket  กินดี  อยู่ดี มีจิตงาม...ที่ภูเก็ต

            ในข้อสุดท้ายนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเป็นสมาชิกในเครือข่ายยูเนสโก   เมื่อภูเก็ตได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร  นอกจากจุดเด่นในความมีน้ำใจ รอยยิ้มแบบไทย   เราจำเป็นต้องมีนโยบายเปิดกว้างทั้งทางความคิดและกิจกรรม   มีการเหย้าเยือนกับสมาชิกอื่นๆ            จึงคาดหมายว่า นครภูเก็ตในอนาคตจะเป็นนครแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ทั้งศาสตร์และศิลป์มาบรรจบกัน   และจะเป็นนครแห่งการสร้างสรรค์และน่าอยู่อย่างยั่งยืน  

            และในโอกาสนี้  ต้องขอขอบพระคุณผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ช่วยเหลือการนำเสนอจนภูเก็ตได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้  ได้แก่  ท่านปริศนา  พงษ์ทัดศิริกุล ขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประภา  กายี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ดร.อดุล  นาคะโร  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต   อาจารย์สาวิตรี  สุวรรณสถิตย์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าคณะพิจารณานำเสนอรายงานสู่ยูเนสโก  ท่านดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้ไปเตรียมรายงานและกรอกข้อมูลสู่ยูเนสโกในขั้นตอนสุดท้าย  และหัวหน้าคณะทำงานของเทศบาลนครภูเก็ตที่นำโดยนายแพทย์โกศล แตงอุทัย รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ตที่มุ่งมั่นมากว่า ๓ ปี   ตลอดจนพี่น้องชาวภูเก็ตทุกท่านที่ร่วมกันธำรงค์รักษาความเป็นภูเก็ต ให้มีวัฒนธรรมอาหารภูเก็ต และวัฒนธรรมอื่นๆ   บนอัตลักษณ์ที่มีความสง่างาม หล่อหลอมบนความหลากหลาย     แม้ในอดีตกว่า ๑๐๐ ปี  เรามีบรรพบุรุษที่มาต่างกัน  แต่ปัจจุบันทุกท่านก็คือ คนภูเก็ต  เจ้าของวัฒนธรรมภูเก็ต      ขอจงร่วมภาคภูมิใจด้วยกัน  ว่าท่านคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ    ทำให้เมืองภูเก็ตของเรา   เป็นเมืองที่ได้มีฉายาโดดเด่นบนแผนที่โลก แล้วว่า เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโก

....................................................